การลงทุน รู้ไว้…ไม่ตื่นตูม

การลงทุน รู้ไว้...ไม่ตื่นตูม
 การลงทุน รู้ไว้...ไม่ตื่นตูม

การลงทุน รู้ไว้…ไม่ตื่นตูม

การลงทุน รู้ไว้…ไม่ตื่นตูม รู้กันแล้วว่าตัวเรารับความเสี่ยงได้มากแค่ไหน และกองทุนรวมแต่ละประเภทมีความเสี่ยงในระดับใด แต่ที่ยังไม่รู้ คือ ที่พูดกันบ่อยๆ ย้ำกันซ้ำๆ ว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง” จริงๆ แล้ว ความเสี่ยงที่เราจะต้องเจอมีอะไรบ้าง

ความเสี่ยงพวกนี้เป็นศัตรูกับการลงทุนของเรา เพราะหากมันเกิดขึ้นจะทำให้กองทุนทำผลตอบแทนได้น้อยกว่าที่คิดไปจนถึงขาดทุนเลยก็ได้

เพราะฉะนั้นก่อนที่จะลงทุนกองทุนหรือลงทุนอะไรก็ตาม ต้องแน่ใจว่า เรารู้จักเข้าใจ และทำใจยอมรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้

ถ้าอ่านจาก “หนังสือชี้ชวน” จะบอกไว้ชัดเลยว่า แต่ละกองทุนมีความเสี่ยงอะไรบ้าง ซึ่งกองทุนแต่ละประเภท ลงทุนกันคนละอย่างก็จะเจอความเสี่ยงไม่เหมือนกัน

เพราะฉะนั้นเพื่อให้เห็น “ภาพรวม” ความเสี่ยงทั้งหมดที่นักลงทุนจะต้องเจอจึงไปรวบรวมมาเตือนใจกันอีกที ซึ่งต้องบอกไว้ก่อนเลยว่า “มีอยู่ไม่น้อยเลย” แต่เชื่อว่าถ้ารู้จักและเข้าใจแล้ว เวลาเกิดเหตุขึ้นมาจริงๆ จะได้ไม่ตื่นเต้นหรืออย่างน้อยก็ไม่ตื่นตูมจนเกิดไป

ตราสารหนี้ก็มีความเสี่ยง

ใครๆ ก็บอกว่าตราสารหนี้มีความเสี่ยงต่ำ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีความเสี่ยง แถมช่วงนี้ยังมีกรณี “เบี้ยวหนี้” ให้เห็นอยู่บ้าง เพราะฉะนั้นจึงขอเริ่มประเดิมกันที่“ความเสี่ยงของตราสารหนี้” กันก่อน

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวบรวมความเสี่ยงของตราสารหนี้ไว้ได้มากถึง 10 ประเภท

1.ความเสี่ยงที่เกิดจากอัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินผันผวน (Interest Rate Risk หรือ Market Risk)

เวลาที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินขยับตัวสูงขึ้น หรือมีท่าทีว่าจะขยับตัวสูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยที่ตราไว้ (Coupon Rate) ของตราสารหนี้ที่ออกใหม่ก็จะสูงขึ้นด้วย ทำให้ตราสารหนี้ที่ออกมาก่อนหน้าก็จะต้องขยับราคาที่ซื้อขายกันอยู่ในตลาดลงเพื่อดึงให้อัตราผลตอบแทน (Yield) ขยับสูงขึ้นไปอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันกับอัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน เพื่อจูงใจนักลงทุน

เพราะฉะนั้นตราสารหนี้ที่มีอายุยาว หรือกำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ต่ำ ตราสารหนี้นั้นก็จะมีความเสี่ยงต่ออัตราดอกเบี้ยที่อาจจะปรับตัวสูงขึ้นในอนาคตมากขึ้นเท่านั้น

2.ความเสี่ยงที่เกิดจากการที่ผู้ออกตราสารหนี้ไม่สามารถจ่ายชำระดอกเบี้ย หรือชำระคืนเงินต้นได้เต็มตามจำนวนเงินหรือตามเวลาที่กำหนดไว้ (Credit Risk หรือ Default Risk)

ถ้าเป็นตั๋วเงินคลังของรัฐบาลและเป็นตราสารหนี้ที่ได้รับการยอมรับว่า ไม่มี Credit Risk เพราะฉะนั้นสบายใจได้เลยว่าไม่มีความเสี่ยงที่จะเบี้ยวหนี้แน่นอน

ในขณะที่ ตั๋วเงิน หรือหุ้นกู้ หรือตราสารหนี้ประเภทอื่นๆ ที่ออกโดยภาคเอกชน จะมี Credit Risk มากบ้าง น้อยบ้างในระดับที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความสามารถในการจ่ายชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยของผู้ออกตราสารหนี้นั้นๆ

เพราะฉะนั้นเพื่อความสบายใจในการลงทุนจึงมีบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือมาช่วยประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของตราสารหนี้แต่ละตัวว่าจะมีโอกาสเบี้ยวหนี้มากน้อยแค่ไหน โดยจะดูจากคุณภาพของผู้ออกตราสารหนี้ (ความสามารถในการจ่ายชำระหนี้) และด้านคุณภาพของตัวตราสารหนี้เอง (ความเหมาะสมของเงื่อนไขในการชำระหนี้)

ตราสารหนี้ที่ได้รับอันดับความน่าเชื่อถือสูงๆ หรือเรียกว่า ระดับน่าลงทุน ก็พอจะเบาใจได้ว่ามีความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้น้อยกว่าระดับน่าลงทุน แต่ตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นมาหน่อยก็จะให้ดอกเบี้ยสูงขึ้นเพื่อจูงใจนักลงทุน