ลงทุนระยะสั้น คืออะไร ผลตอบแทนสูงหรือไม่

ลงทุนระยะสั้น คืออะไร ผลตอบแทนสูงหรือไม่
ลงทุนระยะสั้น คืออะไร ผลตอบแทนสูงหรือไม่

ลงทุนระยะสั้น คืออะไร ผลตอบแทนสูงหรือไม่

ลงทุนระยะสั้น คืออะไร ผลตอบแทนสูงหรือไม่ ลงทุนระยะสั้นการลงทุนระยะสั้น ถือว่าเป็นการลงทุนที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนมากพอสมควร เพราะความเสี่ยงเรื่องสภาพคล่อง ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่นักลงทุนหลายคนให้ความสำคัญในการตัดสินใจเลือกเครื่องมือในการลงทุน

สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงเรื่องสภาพคล่องได้ต่ำ อาจเลือก ลงทุนระยะสั้น เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้กับตัวเองได้ หากมีเหตุฉุกเฉิน หรือมีความจำเป็นในการใช้เงิน เงินลงทุนระยะสั้นๆ ย่อมสามารถนำมาหมุนเวียนใช้ได้คล่องตัวกว่า เงินลงทุนระยะยาว การลงทุนระยะสั้นนั้นจะมีให้เลือกหลายแบบ เช่น ลงทุนระยะสั้นแบบ 3 เดือน , 6 เดือน , 1 ปี , 3 ปี ลองมาทำความรู้จักเกี่ยวเงินลงทุนระยะสั้นดีกว่าว่าคืออะไร พร้อมแนะนำว่าควรลงทุนระยะสั้นอะไรดีกันค่ะ

เงินลงทุนระยะสั้น
เงินลงทุนระยะสั้น คือ เงินลงทุนที่นักลงทุนมีเป้าหมายทางการเงินในระยะสั้น โดยส่วนใหญ่ระยะการลงทุนระยะสั้น ของสินทรัพย์จะอยู่ที่ 3 เดือน, 6 เดือน, 1 ปี จนถึง 3 ปี เพื่อตอบโจทย์เป้าหมาย

การกำหนดระยะเวลาสำหรับการลงทุนมักเกี่ยวข้องกับเป้าหมายและจุดมุ่งหมายของนักลงทุน การลงทุนระยะสั้น ก็เพื่อตอบสนองเป้าหมายในระยะสั้นๆ ของผู้ลงทุน เช่น เป้าหมายการออมเงินเพื่อซื้อรถยนต์ ลงทุนระยะสั้น เพื่อออมเงินเที่ยวต่างประเทศ เป็นต้น โดยการไปถึงเป้าหมายระยะสั้นๆ ให้ได้นั้น การลงทุนที่ตอบโจทย์ก็คือการลงทุนที่มีสภาพคล่องสูง เพื่อให้สามารถนำเงินมาใช้จ่ายสำหรับเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว

การลงทุนระยะสั้นที่มีความเสี่ยงต่ำ
การลงทุนระยะสั้นความเสี่ยงต่ำที่น่าสนใจ เช่น

-เงินฝากประจำ

-กองทุนรวมประเภทที่มีกำหนดอายุโครงการชัดเจน ที่เรียกกันว่า Term Fund มีกำหนดตั้งแต่การลงทุนระยะสั้น 3 เดือน, 6 เดือน, 1 ปี ไปจนถึง 3 ปี หรือลงทุนปล่อยกู้ระยะยาว

– (Fixed Income Fund) ที่มีสภาพคล่องสูง ซื้อง่ายขายคล่อง

-ลงทุนระยะสั้นไม่เกิน 3 ปี ในสลากออมสิน หรือสลาก ธกส

ลงทุนระยะสั้น หรือ ระยะยาวดีกว่ากัน?
คงเป็นปกติของการตั้งเป้าหมาย หรือความจำเป็นของคนปกติที่ปัจจัยในการใช้จ่ายและการออมเงินลงทุนมีความเปลี่ยนแปลงไปได้ทุกขณะ เป้าหมายและความจำเป็นทางการเงินมีทั้งระยะสั้น ระยะยาว

การลงทุนระยะสั้น จริงอยู่ที่ช่วยลดความเสี่ยงด้านสภาพคล่องได้ เพราะสินทรัพย์สามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้เร็วกว่าการลงทุนในสินทรัพย์ระยะยาว อย่างไรก็ดี การลงทุนในระยะสั้น เพิ่มความเสี่ยงด้านการผันผวนของราคามากกว่า ดังนั้น นักลงทุนที่ดีจึงควรรู้จักกระจายความเสี่ยงในการลงทุน โดยวางแผนการแบ่งสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ทั้งระยะสั้น และระยะยาวให้สอดคล้องกับความต้องการและความจำเป็นของตัวเอง

ก่อนแบ่งสัดส่วนเงินลงทุนระยะสั้น และระยะยาว สิ่งที่นักลงทุนต้องรู้ คือ

  1. ตั้งเป้าหมายการลงทุน : ลิสเป้าหมายระยะสั้น และระยะยาว ถามตัวเองว่าต้องการลงทุนเพื่ออะไร? ต้องการใช้เงินประมาณเท่าไหร่? และต้องการจะบรรลุเป้าหมายเหล่านั้นเมื่อใด?
  2. เตรียมเงินลงทุนในจำนวนที่เหมาะสม : เมื่อสามารถแจกแจงเป้าหมายการลงทุนออกได้แล้ว ต่อมาคือการวางแผนแบ่งเงินไปลงทุน โดยพิจารณา “แผนการออมและค่าใช้จ่าย” ประกอบกัน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสถานะทางการเงิน ในกรณีที่ผลตอบแทนไม่เป็นไปตามที่คาดหวังหรือเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน แล้วจึง “แบ่งเงิน” ไปลงทุน ตามเป้าหมายการ ลงทุนระยะสั้น และระยะยาวที่ได้วางไว้

ลงทุนระยะสั้น อะไรดี?
สำหรับการเลือกสินทรัพย์เพื่อการ ลงทุนระยะสั้น นักลงทุนควรพิจารณาถึงความจำเป็นและความสำคัญของเป้าหมาย และเลือกสินทรัพย์เพื่อลงทุนระยะสั้นตามความเสี่ยงที่รับได้ สำหรับเป้าหมายนั้นๆ เช่น

นักลงทุนมีเป้าหมายลงทุนระยะสั้นเพื่อเป็นค่าเทอมลูกในอีก 3 ปี ซึ่งถือเป็นเป้าหมายที่มีความสำคัญและจำเป็น นักลงทุนจึงควรเลือกการลงทุนระยะสั้นที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น ลงทุนในกองทุนรวม เงินฝากประจำธนาคาร หรือสลากออมสิน หรือสลาก ธกส. ที่กำหนดครบอายุ 3 ปี เป็นต้น

หรือ หากเป้าหมายลงทุนระยะสั้นนั้นไม่มีความสำคัญมาก และนักลงทุนสามารถรับความเสี่ยงได้ เช่น ลงทุนเพื่อเป้าหมายการเดินทางท่องเที่ยว ก็อาจจะเลือกลงทุนในการลงทุนระยะสั้นที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นมาได้ เพื่อเพิ่มโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น เช่น ลงทุนในตลาดหุ้น เป็นต้น เพราะแม้ว่าจะไม่สามารถออมเงินลงทุนเพื่อเป้าหมายนี้ได้ในระยะเวลาที่กำหนด ก็ยังสามารถเลื่อนระยะเวลาออกไป หรือปรับลดงบประมาณในการท่องเที่ยวลงได้